2006/Dec/21

เมอร์ลิน (Merlin)

อภิมหาอมตะพ่อมดอีกคนหนึ่งของโลก ผู้ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ในยุคสมัยของเขา เทียบได้กับอัลบัส ดัมเบิลดอร์แห่งยุคปัจจุบันเลยทีเดียว เมอร์ลินได้รับการยกย่องว่าเป็นพ่อมดซึ่งเฉลีบวฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมา เขาเป็นพ่อมดใหญ่มีความเชี่ยวชาญในวิทยาการหลายแขนง ทำงานเป็นทีปรึกษาให้แก่กษัตริย์ของอังกฤษหลายพระองค์ ทั้งกษัตริย์วอร์ดิเกิร์น กษัตริย์อูเธอร์ เพนดรากอน แต่ที่โด่งดังที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นกษัตริย์อาเธอร์

ชีวประวิติของพ่อมดเมอร์ลินมีเค้าโครงบางอย่างที่พอจะยืนยันได้ว่ามีตัวตนอยู่จริง ตำนานมหัศจรรย์เกี่ยวกับพ่อมดเมอร์ลินมีอยู่มากมายเล่ากันว่า เขาคือผู้จัดเรียงก้อนหินมหึมาที่สโตนเฮนจ์ เพื่อเป็นที่ระลึกแก่เหล่าทหารของกษัตริย์อาเธอร์ บ้างก็ว่าเมอร์ลินสามารถหยั่งรู้อนาคตได้อย่างชัดแจ้ง เนื่องจากเขาเป็นผู้ที่มีชีวิตย้อนหลัง กล่างคือคนทั่วไปจะใช้ชีวิตจากอดีตไปสู่อนาคต แต่เมอร์ลินจะใช้ชีวิตจากอนาคตย้อนมาสู่อดีต เมื่อเขาเคยผ่านอนาคตมาก่อนแล้ว จึงทำให้ทราบเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไป

บทบาทของพ่อมดเมอร์ลินที่คนทั่วโลกจดจำได้ คือการเป็นอาจารย์และเป็นที่ปรึกษาให้แก่กษัตริย์อาเธอร์ สมัยที่กษัตริย์อาเธอร์ยังเป็นทารกแบเบาะอยู่นั้น ก็โดนคำสั่งจากพระราชบิดาให้ประหารชีวิต เมอร์ลินก็เป็นผู้ช่วยชีวิตและหาที่หลบซ่อนให้แก่อาเธอร์น้อย เช่นเดียวกันกับดัมเบิลดอร์ที่ซ่อนตัวแฮร์รี่ พอตเตอร์เอาไว้จากโวลเดอมอร์ กวีชื่อว่า อัลเฟรด ลอร์ด เทนนีสัน ได้เล่าถึงตำนานตอนนี้เอาไว้ในบทกวีชื่อ Idylls of the King ดังนี้

ท่ามกลางความโศกเศร้าและเหงาหงอย

อาเธอร์น้อยกำเนิดมาน่าสงสาร

ต้องหลบซ่อนตัวตนให้พ้นพาล

อยู่กับท่านเมอร์ลินสิ้นกังวล

ด้วยอูเธอร์ผู้บิดาจิตป่าเถื่อน

ร้ายเสมือนสัตว์ป่าน่าฉงน

เหลิงอำนาจเกรงลูกชายทำลายตน

จึงคิดฆ่าเพื่อให้พ้นทางตนไป

เมอร์ลินนำเด็กน้อยให้แอนตัน

ผู้ผูกพันกับอูเธอร์เกลอรุ่นใหญ่

เซอร์แอนตันกับภรรยามีน้ำใจ

เลี้ยงอาเธอร์ด้วยห่วงใยและเมตตา

ส่วนกษัตริย์อูเธอร์ผู้เห่อเหิม

นับวันเพิ่มความร้ายกาจพิฆาตฆ่า

อาณาจักรล่มสลายไม่นำพา

หายนะสู่ประชาน่าเศร้าใจ


เมื่อกษัตริย์อาเธอร์เติบใหญ่ขึ้นมา เมอร์ลินก็ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาเสมอ กษัตริย์อาเธอร์เอาชนะศัตรูแห่งอังกฤษมาได้นับครั้งไม่ถ้วน เพราะอาศัยสติปัญญาอันฉลาดและเวทมนตร์วิเศษของพ่อมดเมอร์ลินคอยช่วยเหลือ เมื่อหมดสิ้นยุคสมัยของกษัตริย์อาเธอร์ พ่อมดเมอร์ลินก็หายสาบสูญไป บางตำนานเล่าว่า เมอร์ลินถูก เลดี้ ออฟ เดอะ เลค ผู้ซึ่งเป็นสตรีที่เขาหลงรัก ล่อลวงให้ไปสร้างเสาวิเศษ แล้วเธอก็ใช้เสาวิเศษนั้นจองจำเมอร์ลินอยู่ที่นั่นไปชั่วนิรันดร์

มอร์กาน่า (Morgana)

ชื่อของมอร์กาน่า ในบางครั้งอาจเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ มอร์แกน เลอ เฟย์ เธอเป็นหญิงงามคนหนึ่งในเทพนิยายของอังกฤษ ผู้ซึ่งมีอำนาจวิเศษในการรักษาโรค มอร์กาน่าเกิดร่วมสมัยกับกษัตริย์อาเธอร์แห่งอัศวินโต๊ะกลม บางตำนานก็เล่าว่าเธอเป็นน้องสาวของกษัตริย์อาเธอร์ และมีอาจารย์สอนเวทมนตร์คนเดียวกันกับเขา ซึ่งก็คือ พ่อมดเมอร์ลิน อย่างไรก็ดี มอร์กาน่ามักแสดงความเป็นปฏิปักษ์กับกษัตริย์อาเธอร์อยู่เสมอ ครั่งหนึ่งเธอเคยแอบโขมยดาบวิเศษของกษัตริย์อาเธอร์ที่ชื่อว่าดาบเอกซ์คาลิเบอร์ และถึงขนาดวางแผนที่จะสังหารเขาเลยทีเดียว

ลือกันว่า มอร์กาน่าอาศัยอยู่ในแถบชายฝั่งทะเลในอิตาลี ในบริเวณช่องแคบเมสสิน่า ท้องทะเลแถบนี้จะมีทิศทางการไหลของน้ำค่อนข้างแปลก และมักจะพัดเอาสัตว์เรืองแสงจากใต้ทะเลลึกขึ้นมาบนผิวน้ำ ทำให้เกิดเห็นเป็นแสงประหลาดระยิบระยับอยู่เหนือผิวน้ำเต็มไปหมด ชาวเรือจึงเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า ฟาต้า มอร์กาน่า คำว่า "ฟาต้า" เป็นภาษาอิตาลี แปลว่า นางฟ้า

พาราเซลซัส (Paracelsus)

พาราเซลซัส มีชื่อเต็มว่า ฟิลิปปุส ออเรโอลัส พาราเซลซัส เกิดที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อปี ค.ศ. 1493 เขาเป็นผู้ริเริ่มวิชาเคมีและการแพทย์สมัยใหม่ เป็นคนแรกที่ค้นพบการรักษาโรคลมบ้าหมู (เดิมทีเชื่อกันว่าเป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของจิต) ค้นพบอาการของโรคซิฟิลิส การนำมอร์ฟีนมาใช้เพื่อระงับความเจ็บปวด ฯลฯ

พาราเซลซัสเริ่มต้นการทำงานโดยการเป็นแพทย์ จากนั้นเขาจึงได้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับเวทมนตร์ โดยเฉพาะการเล่นแร่แปรธาตุและการพยากรณ์ ชื่อเสียงของพาราเซลซัสเกี่ยวข้องทั้งทางการแพทย์ และความเป็นพ่อมดผู้วิเศษอย่างแยกกันไม่ออก เขาปฏิเสธที่จะจำกัดตัวเองอยู่กับการศึกษาทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว พาราเซลซัสจึงทำการพัฒนาเพื่อหาวิธีการรักษาโรคด้วยตัวของเขาเองจากศาสตร์แขนงต่าง ๆ เขาถูกกล่างหาว่าเป็นพวกพ่อมดหมอผี แต่เขาไม่สนใจคำวิจารณ์เหล่านั้น เขากล่าวว่า "มหาวิทยาลัยไม่ได้สอนทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่เรา ดังนั้นผู้ที่เป็นแพทย์จะต้องเรียนรู้จากคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหญิงชรา พวกยิปซี พ่อมด ชนเผ่าเร่ร่อน หรือแม้กระทั่งพวกนอกกฎหมาย จึงจะได้รับความรู้อันแท้จริง แพทย์ที่ดีต้องเป็นนักเดินทางด้วย เพราะความรู้ที่แท้จริงก็คือประสบการณ์นั่นเอง"

พาราเซลซัสได้พัฒนาวิธีการรักษาโรคที่มีประโยชน์ขึ้นมามากมาย ค้นพบสาเหตุของโรคปอดอักเสบ โรคของคนงานเหมืองแร่ที่เกิดจากการสูดดมฝุ่นละออกของโลหะหนักเข้าไป ซึ่งสมัยก่อนถือกันว่าโรคนี้เกิดจากวิณญาณอันชั่วร้าย ในปี ค.ศ. 1534 เขายุติการระบาดของโรค โดยการฉีดวัคซีน

แต่ดูเหมือนว่าแพทย์คนอื่น ๆ จะไม่ชอบหน้าเขาเอาเสียเลย เนื่องจากทัศนคติที่ไม่เหมือนชาวบ้าน และริษยาในความสำเร็จที่เขาได้รับ แพทยสภาไม่ให้การรับรองแก่พาราเซลซัสนานเกือบสิบปี ภายหลังเขาต้องถูกเนรเทศออกไปจากเมือง หลังจากที่เขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1541 ชื่อเสียงของเขาจึงกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง วงการแพทย์สมัยใหม่เป็นหนี้บุญคุณของพาราเซลซัสอย่างใหญ่หลวง

คลิโอดน่า แม่มดแห่งดรูอิด (Druidess Cliodna)

ในเทพนิยายของชาวไอริช คลิโอดน่าทำหน้าที่ในหลายบทบาท คือเป็นตั้งแต่เทพีแห่งความงามไปจนถึงผู้ครองดินแดนหลังความตาย นอกจากนี้ คลิโอดน่ายังทำหน้าที่เป็นเทพีแห่งท้องทะเลอีกด้วย มีความเชื่อกันว่า คลิโอดน่าจะปรากฎร่างขึ้นทุกครั้ง เมื่อคลื่นลูกที่เก้ากระทบฝั่ง นอกจากนี้เธอยังมีนกวิเศษสามตัวที่มีอิทธิฤทธิ์ในการรักษาความเจ็นป่วยได้

อะกริบป้า (Agrippa)


ชื่อของเขาตามที่ระบุไว้ในบัตรประจำตัวพ่อมดคือ ไฮน์ริช คอร์เนริอุส อะกริบป้า เขาเป็นพ่อมดแห่งยุคเรอเนอซองซ์ (ประมาณคริสตศตวรรษที่ 14 - 16) เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1486 ที่เมืองไฮน์ริช คอร์เนลิส ใกล้กับเมืองโคโลญจ์ในปัจจุบัน ประเทศเยอรมัน อะกริบป้าเป็นชื่อที่ผู้คนเรียกเขาด้วยความยกย่องในคุณงามความดีที่เขามีต่อบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง

อะกริบป้าเคยทำมาหลายอาชีพ เป็นมาแล้วทั้ง แพทย์ ทนายความ หมอดู และนักบำบัดอาการทางจิต เขามีเพื่อนฟูงมากมายพอ ๆ กับจำนวนศัตรูเลยเช่นกัน ผู้คนยกย่องให้อะกริบป้าเป็นผู้วิเศษ เนื่องจากในปี ค.ศ. 1529 เขาได้เขียนตำราว่าด้วยเวทมนตร์วิเศษขึ้นมาเล่มหนึ่ง ชื่อ On Occult Philosophy ตำรานี้มีทั้งตัวอักษรภาษาฮิบรูและภาษากรีก เขายืนยันว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะรู้จักกับพระเจ้าคือการเรียนรู้อำนาจวิเศษ คริสตจักรลงความเห็นว่าอะกริบป้าคือพวกคนนอกรีต พวกมักเกิ้ลจึงจับตัวเขาไปขังคุก อะกริบป้าเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1535 ว่ากันว่า การ์ดสะสมภาพกบช็อคโกแลตของอะกริบป้าหาได้ยากที่สุดเลย

+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+

2006/Dec/08

อันเนื่องมาจากที่ผ่านๆมาเมย์ได้ศึกษาและค้นหาเรื่องราวเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นเเละจุดจบของโลกมาอย่างยาวนาน ใครที่เข้ามาบล๊อคนี้บ่อยๆก็คงพอรู้กันมาบ้าง (ถึงแม้ว่าจะอัพแล้วลบ อัพแล้วลบหลายครั้งก็เหอะ) หลายๆครั้งที่คิดคำนวนการทำลายเเละสูญหายของธรรมชาติ ก็มักจะเจอเรื่องแปลกๆหลายครั้งเลยทีเดียว อย่างการกลับด้านของสนามแม่เหล็กทางขั่วโลกเหนือ ตอนรู้เรื่องแรกๆก็ช๊อคซินิม่าเหมือนกัน คนที่เข้าใจถึงเรื่องนี้ก็คงจะรู้ดีว่ามันหมายความว่ายังไง จะให้เมย์มานั่งอธิบายนั้น ออกจะขี้เกียจอ่ะนะ เอาเป็นว่าทำความเข้าใจง่ายๆว่า เปรียบเรากะโลกคือ พวกเราคิดว่าเวลาเราเดินไปๆๆเพื่อให้ไปถึงปลายทางที่กำหนด เรานั้นก้าวไปข้างหน้า แต่แท้จริงเเล้วเรากำลังเดินถ้อยหลัง เพราะอะไรน่ะเหรอ - -? ก็เพื่อไม่ให้เราเดินตกลงไปในมิติของ"กันทาระ"ไง (ใครไม่เข้าใจว่าหมายความว่าไงก็ไปสรรหาเอาเองนะ) และลองคิดกลับกันว่าถ้าเรากำลังทำตรงกันข้ามกับที่เป็นอยู่ปกตินี้จะเกิดอะไรขึ้น หากไม่เข้าใจตรงไหนก็คอมเม้นไว้ล่ะกันเด๋วจะมาอธิบายใหม่อ่ะนะ

ข้อมูล

แบบจำลองทางคอมพิวเตอร์คาดการณ์ว่าการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กในโลกและดวงอาทิตย์ จะนำมาซึ่งการสิ้นสุดของอารยธรรมมนุษยชาติในปี คศ. 2012
จากการศึกษาร่วมกันของนักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่งกับกลุ่ม นักธรณีฟิสิกส์และนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์พบว่าทั้งโลกและดวงอาทิตย์จะสิ้นสุดระยะเวลาที่ใช้ในกระบวนการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็ก (Magnetic Pole Reversal) ในปี คศ. 2012 โดยครั้งล่าสุดกระบวนการนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีที่ผ่านมาจนทำให้สัตว์จำพวกไดโนเสาร์สูญพันธุ์ จนหมดสิ้น จากการค้นคว้าวิจัยและการวิเคราะห์ร่วมกันใน Hyderabad ได้คาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงครั้งใหม่นี้จะเกิดขึ้นในปี คศ. 2012 การพลิกกลับของขั้วแม่เหล็ก คือ กระบวนการที่ขั้วแม่เหล็กเหนือ และขั้วแม่เหล็กใต้สลับตำแหน่งกัน เมื่อการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กนี้เกิดขึ้น ณขณะเวลาใดเวลาหนึ่งมันหมายถึงว่าค่าการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กโลกจะลดลงจนมีค่าเป็นศูนย์หน่วยกาซ และโลก ณ ขณะเวลานั้นจะสูญเสียอำนาจแห่งแรงดึงดูดอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถ้าหากปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นควบคู่ไปพร้อมกับการสลับขั้วของดวงอาทิตย์ที่จะมีขึ้นในทุกๆ 11 ปี ในปี คศ. 2012 แล้วปัญหาอันใหญ่ยิ่งจะเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติสมัยใหม่เรื่องราวที่เกิดขึ้นเช่นนี้ยังไม่เคยได้มีการการบันทึกไว้ จะมีก็แต่เพียงแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์เท่านั้นที่จะสามารถทำนายผลลัพธ์ที่เคยเกิดขึ้นนั้นได้

>>เมื่อเร็วๆ มานี้ องค์การ NASA ได้เคยทำให้สาธารณะชนเกิดความหวาดหวั่นด้วยการออกมาเปิดเผยว่าการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กโลกจะทำให้ความเข้มข้นสนามแม่เหล็กโลกอ่อนลง และไร้ความมั่นคง แต่ไม่ถึงกับลดลงถึงระดับศูนย์ >>
แต่จากแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ของ Hyderabad กลับพบว่าการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กของโลกและดวงอาทิตย์นั้น สามารถที่จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างรุนแรงที่มากไปกว่าแค่การทำงานผิดพลาดของอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์เท่านั้น พวกนกที่อพยพย้ายถิ่นอยู่ตามฤดูกาลจะสูญเสียประสาทสัมผัสในการกำหนดทิศทางและอื่นๆตามมาอีก เ
ช่น>>- ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์ต่างๆ รวมถึงมนุษย์จะอ่อนแอลง>>>>>>>>- โลกจะประสบกับการเพิ่มความถี่ของการเกิดภูเขาไฟระเบิด,การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก, แผ่นดินไหว และแผ่นดินถล่มที่จะมีมีสูงขึ้นกว่าปรกติ
- สภาวะความเป็นแม่เหล็ก (Magnetosphere) ของโลกจะอ่อนตัวลงและการแผ่รังสีคอสมิคจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณขึ้นและก่อให้เกิดอันตรายจากการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น
มะเร็งและอื่นๆ อีก ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงกลุ่มเทหวัตถุในอวกาศขนาดใหญ่จะถูกดึงดูดเข้ามายังโลกอย่างมากมาย แรงดึงดูดของโลกจะประสบกับการเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่มีใครรู้ว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร>>
ถ้าคุณรวมเอาเหตุการณ์ความน่าจะเป็นที่จะเกิดการทำลายล้างเหล่านี้ทั้งหมดมาผนวกรวมกันแล้ว คุณก็จะสามารถอธิบายสิ่งที่คุณจะมองเห็นด้วยคำง่ายๆ ว่า โลกอาจจะไม่ใช่ที่เหมาะสมสำหรับอารยธรรมของมนุษยชาติในปี คศ.2012 และผู้คนทั้งหลายผู้ซึ่งอาศัยอยู่บนพื้นผิวโลกหรือใกล้กับพื้นผิวโลก >> >>
สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ใต้ผิวโลกที่ลึกลงไปเท่านั้นที่จะมีชีวิตอยู่รอด (นึกถึงมนุษย์ดาวอังคารที่อาศัยอยู่ใต้ดิน)โดยปราศจากการแทรกแซงใดๆ ในกระบวนการที่จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาตินี้ คงเป็นเวลาอีกหลายล้านปีถัดจากนี้ เราจึงจะได้เห็นรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่หรือมีความชาญฉลาด >>
ที่จะกลับมาครอบครองบนพื้นผิวโลกอีกครั้ง

============================================================

>_____< เหนื่อยๆ ไม่ได้พิมพ์นานมือเริ่มแข็งเเล้วหรือนี่?


edit @ 2006/12/08 06:23:31

2006/Dec/07

กาลครั้งหนึ่งได้มีโอกาสท่องไปตามเว็บอโคจรทั้งหลาย เจอะเจอพวกใช้ชื่อแปลกๆ ประเภท "D@r+h \/4d3r", "Y0d4" หรือคำที่เขียนแปลกๆอย่าง "M3 h4PPY", "+H4NK j00 v3rY MUcH." จนวันหนึ่งถึงได้รู้ว่า X -->วิธีเขียนบ้าๆบอๆแบบนี้ เค้าเรียกกันว่า LEET ก็เลยลองค้นๆจากเว็บ และจาก wikipedia แล้วก็เจอจนได้แหละนะ ก็เลยได้เป็นที่มาของบล็อกอันนี้แหละ
(แปลมาบางส่วน)

คำว่า Leet มาจากการออกเสียงของคำว่า Elite (ซู้ดยอด หรือ แจ่ม ก็ว่ากันไปในทางนี้) ในบางครั้งก็จะเขียนแทนด้วย 1337 ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมของชาวออนไลน์ใช้ในการ เข้ารหัสการสะกดคำภาษาอังกฤษ (ด้วยเหตุผลในทางความปลอดภัย หรือเพื่อหลบเลี่ยงจากโปรแกรมตรวจจับคำอัตโนมัติ หรือใช้เวลาอยากคุยกันรู้เรื่องแค่สองคนในห้องแช็ต....หรืออาจจะเพื่อกวนตีนคนอ่านก็ไม่ทราบได้)
หลักการสะกดของการเขียนแบบ leet จะใช้ตัวอักษรที่ไม่ใช่พยัญชนะแทนพยัญชนะที่หน้าตาคล้ายๆกัน หรืออาจใช้การเปลี่ยนอักษรที่ออกเสียงคล้ายๆกันแทน เช่น "z" แทนคำที่ลงท้ายด้วย "s" หรือ "x" แทน "k","ck","ks" หรือ "cks" หรือพยัญชนะด้วยกันเองก็ใช้แทนกันได้ โดยให้หน้าตามันคล้ายๆกัน เชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นของภาษา leet มาจากกลุ่มแฮ็กเกอร์ใช้ในกระดานสนทนา และหลังๆจึงถูกนำมาใช้โดยกลุ่มนักเล่นเกมออนไลน์และถึงผู้ใช้เน็ตทั่วไปจนได้
ในยุคต้นๆของการใช้กระดานสนทนา ผู้ใช้หลายๆคนเริ่มมีการคุยกันถึงเรื่องโปรแกรมเถื่อน ซึ่งผู้ดูแลบอร์ดก็ไม่อยากให้คุยเรื่องนี้กันเท่าไหร่ จึงมีการแบนคำที่เกี่ยวของกับพวกนี้ อย่างเช่นคำว่า hacker จะเป็นคำปกติที่กระดานสนทนาจะทำการแบนซะ แต่แทนที่จะหยุดพูดกันถึงเรื่องแฮกเกอร์ ผู้ใช้หลายคนก็เปลี่ยนจากเขียนตรงๆ เป็นอ้อมๆซะ เช่น คำว่า hacker ก็จะแทนด้วย hack0r หรือ h4cker แต่คำพวกนี้ก็โดนตามแบนในที่สุด หลังจากนั้นจึงมีการแปรเปลี่ยนของคำไปกว่าเดิมอีก เช่น h4x0r หรือ |-|^><()|z จนในที่สุด ผู้ดูแลบอร์ดก็จนปัญญาต้องยอมรับความจริงว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไปตามแบนคำที่เล่นแร่แปรธาตุไปเยอะแยะแบบนี้ (เอ่....ฝรั่งมันก็เหมือนๆบ้านเราแหละนะ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ)

มาดูอักษรพื้นฐานที่นิยมใช้ในการเขียนแบบ leet กัน
A = 4 หรือ /\ หรือ @ หรือ /-\ หรือ ^
B = 8 หรือ 6 หรือ |3
C = [ หรือ < หรือ (
D = |) หรือ o| หรือ [) หรือ |>
E = 3 หรือ & หรือ |=-
F = |= หรือ ph หรือ |#
G = 6 หรือ & หรือ (_+ หรือ 9 หรือ C-
H = # หรือ [-] หรือ ]=[ หรือ <~> หรือ |-| หรือ ]~[ หรือ }{ หรือ ]-[ หรือ }-{
I = 1 หรือ ! หรือ | หรือ & หรือ eye หรือ 3y3 หรือ []
J = ,| หรือ _| หรือ ;
K = X หรือ |< หรือ |{ หรือ ]{ หรือ }<
L = 1 หรือ 7 หรือ | หรือ |_ หรือ #
M = //. หรือ ^^ หรือ |v| หรือ [V] หรือ {V} หรือ |V| หรือ /\/\ หรือ (u) หรือ []V[]
N = // หรือ ^/ หรือ |\| หรือ /\/ หรือ [\] หรือ ]\[ หรือ <\> หรือ {\} หรือ []\[]
O = 0 หรือ () หรือ ? หรือ p
P = ph หรือ |^ หรือ |* หรือ |o หรือ |^(o) หรือ |> หรือ |" หรือ |? หรือ 9 หรือ []D
Q = 9 หรือ (,) หรือ <| หรือ ^(o)| หรือ O_
R = |2 หรือ P\ หรือ |z หรือ [z
S = 5 หรือ $ หรือ z
T = 7 หรือ + หรือ -|- หรือ 1 หรือ ']['
U = (_) หรือ |_| หรือ v
V = \/ หรือ <
W = \/\/ หรือ '// หรือ \^/ หรือ (n) หรือ
\\// หรือ \//
X = ><
Y = Y หรือ '/ หรือ \// หรือ \-/ หรือ j หรือ %
Z = 2 หรือ z หรือ ~\_ หรือ ~/_


คำสแลงใน leet

b4k4 มาจากคำว่า "บาก้า" ของภาษาญี่ปุ่น แปลว่า งี่เง่า, โง่, ปญอ. ตัวอย่าง "U b4k4 n00b."

b7 มาจาก banned ที่มาจาก b& (b-and) ซึ่งอักษร & ก็คือการกด shift+7 บนคีย์บอร์ดทั่วไป

C|-|!><0|2 มาจาก chixor เป็นคำผสมระหว่า chick + hacker ซึ่งหมายถึง สาวๆที่มีความสามารถในเรื่องแฮ็คด้วย

fux0red มาจาก f*cked up หรือแปลเป็นไทยก็ประมาณคำว่า "ฉิบหายแล้ว"

h4x หรือ h4xx มาจากคำว่า hacks ส่วนใหญ่จะหมายถึงโปรแกรมที่ใช้โกงเกม

hax0r, h4x0r, h4xx0r มาจาก hacker

l4m3 หรือ l3m มาจากคำว่า "lame" แปลเป็นไทยก็ประมาณ "ไม่ได้เรื่อง", "พวกไม่ได้เรื่อง"
n00b มาจาก newbie หรือ "พวกมือใหม่"

ph33r หรือ ph34r มาจากคำว่า "fear" กลัว ส่วนใหญ่ใช้เป็นคำว่า "ph33r m3h!"

pr0n มาจาก pornography หรือ รูปโป๊น่ะแหละ

pwn มาจาก "own" ก็แปลว่าเจ้าของน่ะแหละ แต่มันเป็นแบบนี้ได้ เพราะว่า .... คีย์ p กะ o มันอยู่ติดกัน หรือว่าตรงๆก็คือ ... "พิมพ์ผิด" -___-'

r00t มาจาก "root" หรือ ชื่อผู้ใช้ของผู้คุมระบบในตระกูล *nix

rox0rz มาจาก "rocks" หรือ เจ๋งเป้ง

sploitz (รูปย่อของ exploits) หมายถึง ช่องโหว่ของโปรแกรม พวก bug เป็นต้น

sux มาจาก "sucks" หรือ ห่วยแตก

suxxor, sux0rz มาจาก "suckers"

t3h ใช้แทนคำ the

ub3r, ub0r มาจากภาษาเยอรมันคำว่า "uber" แปลว่า "super" ซู้ดยอด

w00t หรือ \o/ มาจากคำอุทาน "woohoo!" และยังเป็นตัวย่อของประโยค "We Own Other Team."

w4r3z มาจาก "warez" หรือก็คือ โปรแกรมเถื่อนนั่นเอง

y0, j0 มาจากคำทักทาย "yo" โย่ะ!

การใช้ในรูปแบบของการออกเสียง

d00d แทน "dude"

joo แทน "you"

ph แทน "f" เช่นคำว่า fear ก็เป็น phear

kewl หรือ kwel หรือ ql แทนคำ "cool"
r แทน "are", m แทน "am", y แทน "why", d แทน "the", b แทน "be", c แทน "see", u แทน "you" (เช่นคำว่า see you >> c u หรือ I see >> i c)
2 แทน "to" หรือ "too", 4 แทน "for"
8 แทนเสียง "-ate"(เอท)
เช่น l8r แทน later หรือ gr8 แทน great
ne แทน "any"
u 1 2 แทน "you want to" (แบบเดียวกับ icq = i seek you)
nite แทน "night"
10x แทน "thanks"

คำที่จงใจสะกดผิด

aer <<< are

yuo <<< you

teh, t3h, d3h <<< the

smrt <<< smart

waht <<< what

caek <<< cake

gaem <<< game

leik, liek <<< like (ปกติใช้เวลาประชด)

คำเยอรมัน ist แทน is, ส่วนใหญ่ใช้กับคำ death ในประโยค เช่น "mp3 ist death."

pwn, pwned <<< own, owned

flase <<< false

Evar, Ev4r <<< Ever

Laymur <<< lamer

Tiem <<< Time

ตัวอย่างประโยค

"WHeRE @Re J00" หรือ "Wh3re aer j00?" แทน "where are you"

"wH4+'S j00R nAME" แทน "what is your name"

"/\/\?|<?' 1??+ |", ตัวอย่างของการใช้ leet แบบแปรธาตุไปสุดๆ "Mike's leet skills own you".

"g0s\/" แทนคำว่า gosu คำนี้ได้จากนักเล่นเกมสตาร์คราฟชาวเกาหลี ซึ่งแปลว่า โปร หรือ "เซียน"

"skilled r0x0rt looking for a team pgm only high lvl, pv me" แทน "I'm a qualified player looking forward to be hired by a progaming clan in electronic sports, contact me now". (มันมายังงี้ได้ไงฟะเนี่ย -__-')

"Leet time" หรือ เวลาที่เป็น leet >>> 1337 หรือก็คือ 13:37

"1 4t3 j00r r4m3n n00d135" แทน "I ate your ramen noodles"

"ph33r teh 1337 h4x0r" แทน "Fear the elite hacker"


จริงๆยังมีอีกบานเลยแต่ขี้เกียจเเละเอาไว้วันหลังนะ